หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บริษัทที่พนักงาน "มีความสุขที่สุด" ในญี่ปุ่น


ผมก็เป็นหนึ่งในชีวิตการทำงานประจำ  งานโรงงาน  เนื่องจากทำงานเป็นวิศวกรประจำโรงงาน  มีความคิดอยู่ช่วงและแหวกแนว  จากนั้นกมาพบกับกระทู้หนึ่งจากเว็บ Pantip.com ก็เกิดสะกิด จน สะดุด บทความนี้  ก็เลยนำมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยเช่นกันครับ เผื่อได้แง่คิดอะไรสักอย่าง  นำไปใช้กับชีวิตข้างหน้า  อาจจะมีบริษัทของตนเองก็ได้...



ในเมื่อเราไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ทำยังไงก็ได้ให้ต่างจากบริษัทอื่น" และนี่คือจุดเริ่มต้นของนโยบายของทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกแหวกแนวแต่ดีต่อพนักงานโคตรๆ ฟังเรื่องของผมจากนี้ แล้วถามตัวเองดูนะครับว่า 


คุณอยากวิ่งเข้าหาบริษัทแบบนี้รึเปล่า? 

พนักงานบริษัทนี้มีความสุขที่สุดในญี่ปุ่นด้วยการบริหารงานของYamada Akio ผู้ก่อตั้งบริษัทวัย 83

1.ไม่มี OT

2. วันหยุดต่อปี 140วัน +โควต้าพักร้อน 40 วัน

3. อนุญาตให้ลาคลอด+เลี้ยงลูก 3 ปี

4. จ้างทุกคนเป็นพนักงานประจำ

5. ให้เงินสนับสนุนชมรมในบริษัททั้ง 80 ชมรม

6. พาพนักงานทั้งบริษัทไปเที่ยวต่างประเทศ 5ปีครั้ง
    โดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

7. ถ้าตอบคำถามถูก 50 ข้อในทริปท่องเที่ยวพนักงาน
    จะได้รับวันลาพักร้อนครึ่งปี

8. ตั้งระบบเปิดรับการเสนอเพื่อปรับปรุงพัฒนา
(ถ้านำเสนอให้เพิ่ม500เยน, ถ้าแผนเข้าท่าได้ให้สูงสุดถึง 30,000 เยน)

9. เจ้านายห้ามกดดันลูกน้อยทั้งวิธีและความคิด

แล้วอย่าดูถูกไปนะครับ คุณอาจจะคิดว่า เฮ้ย! ทำแบบนี้แล้วมันจะได้ผลหรอ บริษัทจะมีกำไรมั้ย
แต่ผมขอบอกเลยว่านี่คือนโยบายบริหารที่เด่นชัดและมีผลลัพธ์ชัดเจนมากๆ เพราะบริษัท Mirai Industry ไม่เคยขาดทุนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตลอดการบริหารงานมากกว่า 40 ปี ของผู้ก่อตั้งวัย 83 ท่านนี้ "ยามาดะ อะคิโอะ" ผู้สร้างความแตกต่างให้กับวงการการทำงานประเทศญี่ปุ่น ผมขออนุญาตตบท้ายคำพูดของ CEO ท่านนี้ได้กล่าวไว้

"งานของประธานบริษัทคือ ทำให้พนักงานทุกคนมีความสุข ทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกอยากทำให้บริษัทดียิ่งๆขึ้นไปอีกด้วยการให้สวัสดิการและผลตอบแทนดีๆกับเค้า ถ้าพนักงานมีกำลังใจ ตั้งใจในการทำงาน
แล้วส่งผลให้บริษัทมีกำไรขึ้นแล้ว กำไรที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็ควรเอามาตอบแทนกับพนักงาน
แค่นั้นเอง งานของประธานบริษัท!"

ส่วนของบ้านเราจะเป็นลักษณะนี้

ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ครับ เอาซัก 1/5 ก็เกินพอแล้ว เรื่องวันหยุดอะไรต่างๆนานา  ผมว่า นี่คือการบริหารแบบไม่ได้หลักทฤษฎีทางธุรกิจ แต่ใช้หลักมนุษยธรรมมาประกอบเข้าไปด้วย เช่นผลประกอบการ 5 พันล้านบาท เจียดมา 1 พันล้าน เค้าเหลือ 4 พันล้านบาท ก็ไม่ได้จนลงแต่อย่างใด แต่เงิน พันล้าน นำมาเป็นขวัญกำลังใจคนทั้งองค์กร อาจจจะได้ซักคนละ 4-5 หมื่นบาทก็ดีใจจะตายห่าน แต่พวก CEO ทั่วไป เค้าคงไม่คิดแบบนั้น คือโบนัสกลูออกเป็นล้าน ระดับพวก CEO สาขาก็หลายแสน กลูรวย กลูพอแล้ว
ข้างล่างจะเป็นไงก็เรื่องของมลึง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น